วัดพระแท่นศิลาอาสน ์| พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น | วัดพระยืนพุทธบาทยุคล | วัดพระนอนพุธทไสยาสน์ | วัดเจดีคีรีวิหาร | วัดดอนสัก | วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง |

เมืองทุ่งยั้และเวียงเจ้าเงาะ | อนุเสาวีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร | ฝายหลวง | อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาส | น้ำตกแม่พลู

 

      ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ  8 กิโลเมตร เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ คำว่า “ลับแล” นั้น ตามข้อสันนิษฐานว่าเดิมชาวเมืองแพร่และเมืองน่าน หนีข้าศึกมาหลบซ่อนตั้งเป็นชุมชนขึ้น เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบคนต่างเมืองที่ไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศ ถ้าผ่านเข้าไปจะหลงทางได้ง่าย เมืองลับแล เป็นหมู่บ้านชนบทที่มีชื่อเสียงรู้จักกันมานานแล้วมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์สำหรับเพาะปลูกมากชาวเมืองลับแลส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพทางการเกษตร  พืช  ผลผลิตที่ทำรายได้และชื่อเสียงให้กับเมืองลับแลก็คือ ลางสาด ทุเรียน  หอมแดง  นอกจากนี้ยามว่างจากการทำสวน  ทำไร่  ทำนาแล้วชาวเมืองลับแลยังผลิตสินค้าหัตถกรรมซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองลับแล เช่น การทอผ้าจก ผ้าห่ม ไม้กวาดตองกง ชาวลับแล  มีความเป็นอยู่อย่างสงบ สันติ และมีไมตรี สร้างความอบอุ่น ประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาเยือนเป็นยิ่งนัก

District

 

         Lablae District is about 8 kms. Far from Mueang Uttaradit District. The word “Lablae” according to assumption formerly the citizens of Mueang Phrae and Muang Nan had escaped enemies and hid themselves and later formed up community there.  As the terrain is thick rain forest, so strangers are who not accustomed to the terrain would easily get lost their way.  Mueang Lablae is a rural village,It has been famous since long time ago with a fertile land for farming.  Most of Lablae villagers engage in farming and planting.  The produces that has earned income and fame for Mueang Lablae is langsat, durian, and shallot.

 

            Besides, at free time after gardening, farming end paddy planting villagers of Muang Lablae also produce handicrafts for sale to earn supplemental income for the family such as Teenchok cloth weaving, blanket, Tongkong sweeper which has brought fame to Mueang Lablae as well. Lablae villagers live peacefully and they are generous with warm welcoming that impresses visitors

 

 

               ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง  ห่างจากตัวจังหวัด 14 กิโลเมตร ลักษณะองค์พระแท่นเป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 ฟุต สูง 3 นิ้ว ประดับลายกลีบบัวที่ฐานพุทธบัลลังก์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย พ.. 2451 ไฟป่าไหม้พระมณฑปและวิหารเหลือแต่ศิลาแลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่  และยังมีพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่หลายองค์ บานประตูวิหารเป็นไม้แกะสลักลายกนกงดงามมาก

 

Wat  Phrataen  Sila-at

 


            Located at Moo 6, Ban Phrataen, Tambon Thoongyang about 14 kms. away from the province.
  The feature of Phrataen is a rectangular late ritestone with a width of 8 feet and a height of 3 in. having accessory pattern evidencing of being Buddha throne.  It is assumed to have been built in Sukhothai period.  Inside the viharn in addition to being the place where the Phrataen is situated, still there is many Sukhothai period Buddha Images. The door of viharn is very beautiful Lai Kanok (Thai design) carved wood.

 

 

          อยู่ในบริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ในศาลาการเปรียญเก่าตกแต่งแบบล้านนา ก่อตั้งโดยพระ-เฉลิมศิลป์ชยปาโล ด้านหน้าประดับ-ประดาไปด้วยไม้ดอกและสวนสมุนไพรชั้นล่างจำหน่ายของที่ระลึก และสมุนไพร ส่วนด้านบนเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จัดแสดงเครื่องปั่น และทอผ้าฝ้าย เครื่องจักสาน และเครื่องใช้สมัยโบราณ สมุนไพรและเครื่องมือปรุงสมุนไพรสมัยโบราณ เครื่องปั้นดินเผา หม้อและไหศิลปะจีน จัดแสดงเป็นหมวดหมู่ ตลอดจนธรรมมาสน์เก่าแก่ พระพุทธรูปไม้ และพระพุทธรูปทันใจ อันเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 17.00 . โทร. 0-5544-2192

 

Local  Museum

           


              This museum is located in the area of Wat Phrataen Sila-at within the old Northern Thai
 style sermon hall of monastery. Phra Chalermsilp Chayapalo established the project.  In front, flower plants and herb garden are located.  Downstairs souvenirs, gifts and herbs are available to purchase while upstairs the local museum is located displaying typical cotton weaving machines, basketry, ancient household utilities, herbs and ancient herbal blending machine, and Chinese style ceramic by groups.Ancient Buddhist Pulpits andwooden Buddha images can also been sent. The museum is open from 08.00 to 17.00 hrs.  Tel. 0-5544-2192

 

 

             อยู่ห่างจากวัดพระแท่นศิลา-อาสน์ประมาณ  200 เมตร เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่กับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งอยู่บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละดอย มีตำนานเล่าสืบกันมาว่าพระ-พุทธเจ้าได้ทรงเสด็จมาประทับยืนบนยอดเขานี้ จึงได้เกิดเป็นรอยพระ-พุทธบาทยุคลทั้งซ้ายขวาประทับลงในฐานศิลาแลงเดียวกัน รอยพระพุทธ-บาทยุคลนี้อยู่สูงจากพื้น 1.50 เมตร มีฐานบัวรองรับ และมีมณฑปแบบเชียงแสนครอบรอยพระพุทธบาท  ด้านข้างมณฑปมีซากศิลาแลงซึ่งเป็นฐานเจดีย์เก่า มีลักษณะคล้ายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์สมัยสุโขทัย ในบริเวณวัดมีวิหารเล็กประดิษฐานพระพุทธรูป “หลวงพ่อพุทธรังสี” หล่อด้วยสำริดปางมารวิชัย ศิลปสมัยสุโขทัย

 

Wat  Phra  Yuen  Buddhabahtyukol


          
Is about 200  meters away from Wat  Phrataen Sila-at.  This is an ancient temple which has been in existence along with Wat Phrataen Sila-at and is located on the same hill but on different doi.   As legends tell, that that Lord Buddha has traveled here and stood on top of this hill so the footprints of his left and right feet have appeared on the same laterite base.  These Buddha footprints are 1.50 meters high above ground and have lotus base supporting and there is a Mondhop covering the Buddha footprint.  At the side of mondhop there is remnant of laterite stone, which is the base of old, chedi having the shape like Khaobin shape of Sukhothai period.  In the area of this Wat Phrayuen Buddhabahtyukol still there is a small vihara where Maravichai posture bronze casted Buddha image is situated. It is Sukhothai art Buddha image called “Luang Phor Buddharangsi”

 

 

 

         อยู่บนเนินเขาฝั่งตรงข้ามวัดพระยืนพุทธบาทยุคลมีบันไดนาค  ทอดขึ้นสู่บริเวณวัด เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อ “วัดพระนอน”  มีมณฑปสร้างเป็นจตุรมุข ภายในประดิษฐานพระ-พุทธไสยาสน์ บานประตูเป็นไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง สถานที่นี้ชาวบ้านนับถือว่าเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่กันมากับวัดพระแท่นศิลาอาสน์และวัดพระยืนพุทธบาทยุคล

 

Wat  Phranorn  Buddhasaiyash


            Is located on the slope of the hill of the opposite side of Wat Phranorn Buddhabahtyukol.
  The temple has large naga (snake) stair leading up to the area of the temple which is an ancient temple formerly called “Wat Phranorn” having mondhop built in the form of Thai style with four porches and spired roof where the Reclining Buddha image is placed inside. The door is carved wood primed with black lacquer and covered with gold plate.  This place is respected by villagers as being a sacred anoient place which is in existent along with Wat Phrataen Sila-at and Wat Phrayuen Buddhabahtyukol.

 

 

 

        อยู่ในท้องที่ตำบลฝายหลวง   เช่นเดียวกับวัดดอนสัก เป็นเจดีย์แบบลังกา สร้างครอบองค์เดิมไว้ ส่วนพระอุโบสถประตูและหน้าบันมีลายแกะสลักไม้ ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปศิลปสุโขทัยอันงดงามเป็นพระประธาน

 

                                Wat  Chedi  Khiri  Vihara

          Is located in the area of Tambon Failuang  as Wat Donsak.  The Chedi is of Ceylon style, which was built to cover the old chedi.  Regarding Phra Ubosot, the door and the gable has carved wood pattern.  Inside the Phra  Ubosot there is beautiful Sukhothai art Buddha image as presiding image.

 

 

 

   

         อยู่ภายในเมืองทุ่งยั้ง  ติดกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก พระเจดีย์เป็นทรงกลมแบบลังกา จิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารเชื่อกันว่าเขียนขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของพระเจ้า-อยู่หัวบรมโกศ  ตอนบูรณะ ปฏิสังขรณ์พระวิหาร  และทุกปีในวันวิสาขบูชา  วันเพ็ญเดือนหก จะจัดงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองขึ้น

Wat  Phra  Boromthat  Thoongyang

        Is localted inside Mueang Thoongyang adjoining west sind town wall. Phra Chedi is Ceylon style round.  Mural painting in Phra Vihara is believed to have been painted in Ayutthaya period in Royal era of King Boromkos at the time when Phra Vihara was restored and every year on Visakhabuja day, the day of full moon of the 6th month, imitating cremation festival for Buddha Dead Body will be held

 

 

   

       ตั้งอยู่หมู่ที่ 3  ตำบลฝายหลวง  ห่างจากตัวจังหวัด  9 กิโลเมตร  วัดนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีความวิจิตรบรรจงในการก่อสร้าง  ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเชียงแสนปนสุโขทัย  บานประตูของวิหารนี้ทำด้วยไม้แกะสลักเป็นลายกนกก้านขด มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในที่ต่างๆ ลักษณะอ่อนช้อยงดงามมากบานซ้ายและขวาลวดลายไม่เหมือนกัน แต่เมื่อปิดแล้วลวดลายเข้าหากันได้สนิทแสดงว่าช่างสมัยนั้นมีความสามารถทางศิลปสูงมาก เสาประตูเป็นลายกนกใบเทศสลับกนกก้ามปู หน้าบันสลักด้วยไม้ปรุเป็นภาพประดับด้วยกระจกสีขาวแบบกรุงศรี-อยุธยา ภายในบริเวณวัดมีความร่มรื่นมา

 

Wat  Donsak


         Is located at Moo. 3 Tambon Failuang, about 9 kms. away from the province. This temple was built toward the end of Ayutthaya being the capital period.
  It was delicately built with Chiengsaen mixed with Sukhothai style architecture.  The door of this vihara is made of wood fretwork in Kanok (Thai design) and having some himaphan animals sporadically placed in several places with delicate and very beautiful postures, the pattern of the left and right door panels differs but when the door is closed the pattern matches well with each other exactly this means that the craftsmen in that period had very high level of artistic craftsmanship.  The doorpost has Kanok pattern alternatively with Kanok Karmpoo and Kanok Bai Ted. The gable is decorated with fretwork wood in pictures decorated with white color glass of Ayutthaya style. Inside the temple is very shady.

 

 

 

          อยู่ที่ตำบลทุ่งยั้ง  ห่างจากตัวจังหวัด  7  กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าสมัยสุโขทัย  เวียงเจ้าเงาะตั้งซ้อนอยู่ในเมืองทุ่งยั้ง  มีเนื้อที่ประมาณ  30  ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาซึ่งลาดลงมาจากบริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์  มีคูน้ำและกำแพงเมือง 2-3 ชั้น  เมืองทุ่งยั้ง มีขนาดกว้างใหญ่มากครอบคลุมพื้นที่บริเวณเขานางทองจนถึงบริเวณที่ราบลุ่มบ้านไผ่ล้อม
          จากตำนานเรื่องสังข์ทอง และ
ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมา เวียงเจ้าเงาะเป็นเมืองของสังข์ทองกับนางรจนา  ซึ่งถูกท้าวสามลเนรเทศมาจากเมืองทุ่งยั้ง และจากหลักฐานกำแพงเมือง  3  ชั้น  รวมทั้งโบราณวัตถุที่ขุดพบหลายอย่าง สันนิษฐานว่าบริเวณเวียงเจ้าเงาะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาก่อน

Mueany  Thoongyang  ana Vieng  Chaongo

 


          Is located at Tambon Thoongyang, about 7 kms. away from the province.
  This is an ancient town of Sukhothai period.  Vieng Chaongo is located inside Mueang Thoongyang with an area of about 30 rais.  It is located in the area of the hill that has a slope downward from the area of Wat Phrataen Silaasn.  It has 2-3 layers of moats and town wall.  Mueang Thoongyang has very large size covering the area of Khao Nangthong up to the area of lowland plain Ban Phailom.
          
From the legend titled Sangthong and story told by villagers Vieng Chaongo is the town of Sangthong and Nang Rojana who were deported by Thao Samol from Mueang Thoongyang and from the evidence of 3 layers of town wall including antiques that have been discovered by excavation at several places, it is assumed that the area of Vieng Chaongo has been place of habitation of pre-historic men before.

 

 

 

        ตั้งอยู่ที่หมู่  7  บ้านท้องลับแล  ตำบลฝายหลวง  อยู่ห่างจากตัวจังหวัด  12 กิโลเมตร  สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษของเมืองลับแล  บนเนินเขาด้านหลังอนุสาวรีย์มีทางขึ้นไปยังจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองลับแลได้อย่างงดงาม

               The  Monument  of  Chao  Fah  Ham  Kumarn

       Located in Moo 7, Ban Thong Lablae, Tambon Fai Luang, about 12 kms. Away from town, could be accessible by route No.1043 from the district. As the first ruler of Mueang Lablae, Chao Fah Ham Kumarn is considered as one of the province’s important historic figures. On the hill, behind this monument there is the way leading up to the good viewpoint, beautiful landscape of Mueang Lablae .

 

 

 

               

          อยู่บริเวณเดียวกับอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร  เป็นฝายชลประทานแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับพระ-ราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุล-จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยะมหาราช) และในปัจจุบันตำบลนี้ได้ตั้งชื่อฝายแห่งนี้ คือ  ตำบลฝายหลวง

                                                   Luang  Weir

          This weir is located in the same area of Chao Fah Ham Ku Marn Prince Statute, considered the first Royal weir of Thailand given by King Rama V (Phra Piya Maharaj). Now, the locality is called Fai Luang locality (Tambon Fai Luang)

 

   

   

          อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงสี่แยกตลาดลับแล สร้างขึ้นโดยพ่อค้าประชาชนและข้าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงบุญคุณ ตลอดจนเทิดทูนเกียรติคุณของท่านที่ท่านเป็นนักปกครองที่นำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นเป็นอเนกนับประการ  เป็นผู้ชักชวนราษฎรทำถนนจากเมืองลับแล ถึงบางโพ (ท่าอิฐ) ซึ่งภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อถนนสายนี้ว่า  “ถนนอินใจมี” พร้อมกับพระราชทานบรรดา-ศักดิ์ให้นายทองอินเป็น “ขุนพิศาลจีนะกิจ” และได้เป็น “หลวงศรีพนมมาศ” ในพ.. 2447  จนกระทั่งปีพ.. 2451  ได้เลื่อนยศเป็น “พระศรีพนมมาศ” และได้เป็นนายอำเภอคนแรกของอำเภอลับแล  พระศรีพนมมาศ จึงได้รับการยกย่องสรรเสริญตราบเท่าทุกวันนี้

Phra  Sriphanommas  Monument


            The statue of Phra Sripha-nommas stands elegantly at Lablae market intersection at present.
 It was built by merchants, people and civil servants of Uttaradit province as a memory and thanks as well as reverences to Phra Sriphanommas  he was an administrator who brought prosperity and development to this locality in many ways. He persuaded people to build road from Mueang Lablae up to Bangpho (Tha It)Later on King Rama V has given the name of this road as “Injaimee road” and also an honorary rank to Mr. Thong In as “Khun Phisalchinakij” and later on he was promoted to “Luang Sriphanommas” in B.E.2447. Until B.E. 2451, by virtue of his goodness and diligence, he was again promoted to “Phra Sriphanommas” Phra Sripha-nommas was nominated first Distritc Officer of Lablae district, so he has been admired and revered up to this day.

   

   

   

                        

 

             อยู่ที่บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูลตามทางหลวงหมายเลข 1041-1043  ห่างจากตัวจังหวัด 20 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สูงหลายชั้นมีธรรมชาติแวดล้อมสวยงาม และมีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์น้ำตกแม่พูลอย่างชัดเจน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ตัวเมืองและมีถนนเข้าถึงอย่างสะดวกสบายมาก

Mae  Pool  Waterfall

             Is located at Ban Tonklua, Tambon Mae Pool, along No. 1041-1043 Highway about 20 kms. away from the province. It is multi levelled high waterfall with beautiful natural surroundings and a sala (Pavillion) for sitting and resting to view the scenery of Mae Pool waterfall clearly.  It is a tourist spot, which is near the town and has very convenient and comfortable access road.